พักเที่ยง ไปทานข้าวหมูแดงและหมูสะเต๊ะแถวๆ ตรอกสุกร ตรงข้ามวัดไตรมิตร
แวะเข้าไปไหว้พระทองคำในวัดไตรมิตร เช่าพระมาบูชาและแจกน้องๆ ที่ทำงาน
เห็นฝรั่งมาเที่ยว มาถ่ายรูปพระทองคำกันเยอะ มีมัคคุเทศน์ฝึกหัดมาฝึกเป็นไกด์
อยู่หลายคน เพิ่งทราบว่าพระทองคำนี้มีชื่อเสียงมาก ขนาดได้ลงบันทึกในหนังสือ
กินเนสบุ๊ค
ภายในวัดมีตู้เสี่ยงเซียมซีแบบหยอดเหรียญให้อธิษฐานด้วย เลือกตู้ให้ตรงกับวันเกิด
หยอดเหรียญแล้วรอไฟวิ่งหยุดตรงหมายเลขใด ก็หยิบใบเซียมซีด้านล่างมาอ่าน
คำทำนาย
ขอนำข้อมูลเกี่ยวกับพระทองคำจาก วิกิพีเดีย มาลงให้อ่านเป็นความรู้
พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร เป็นพระพุทธรูปทองคำแท้ทั้งองค์หนักถึง
5.5 ตัน เฉพาะมูลค่าทองคำตามที่บันทึกในกินเนสบุ๊คนั้น อยู่ที่ประมาณ 28.5
ล้านปอนด์ เชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปสำคัญของวัดมหาธาตุ สุโขทัย
ดังที่ปรากฏในหลักศิลาจารึกว่า "วัดมหาธาตุ กลางเมืองสุโขทัย มีพิหาร มีพระ
พุทธรูปทอง มีพระอัฏฐารส มีพระพุทธรูป มีพระพุทธรูปอันใหญ่ มีพระพุทธรูป
อันราม" ซึ่งพิจารณาทั้งตามหลักฐานอื่นและเหตุผลประกอบแล้ว พระพุทธรูป
องค์นี้ น่าจะเป็น พระพุทธรูปทอง องค์ดังกล่าว เพราะปริมาณทองคำแท้นี้
รวมถึงขนาดพระพุทธรูปนี้ ย่อมเกินกว่าที่สามัญชนทั่วไปพึงสร้างเป็นสมบัติ
ส่วนตัว
แต่อย่างไรก็ดี ต่อมาพระพุทธรูปองค์นี้ได้ถูกพอกปูนลงรักปิดทองทั่วทั้งองค์ เพื่อ
เป็นการอารักขาภัยแต่ไม่ทราบว่าตกไปอยู่ในสถานที่ใดบ้าง ทราบแต่เพียงว่าล่าสุด
ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระยาไกร (วัดโชตนาราม) แต่ต่อมา วัดพระยาไกรกลายเป็น
วัดร้างไม่มีผู้ดูแล ประกอบกับ บริษัท อีสต์เอเชียติก จำกัด ประสงค์ขอเช่าพื้นที่ของ
วัดเพื่อดำเนินกิจการของบริษัท ที่ประชุมคณะสงฆ์จึงให้วัดไตรมิตรวิทยารามและ
วัดไผ่เงินโชตนาราม ไปอัญเชิญพระพุทธรูปสององค์ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวัดพระยา
ไกรนั้น ไปประดิษฐานไว้ตามสมควร ทางคณะของวัดไผ่เงินฯได้เดินทางไปถึงก่อน
จึงเลือกอัญเชิญพระพุทธรูปสำริดไป เหลือระพุทธรูปปูนปั้นไว้ให้วัดไตรมิตร
ในขั้นแรกเมื่อถึงวัดไตรมิตร ก็ได้แต่เพียงปลูกเพิงสังกะสีธรรมดาเพื่อบังแดดบังฝน
ไว้ริมถนนด้านทิศตะวันออกของพระอุโบสถ เป็นเวลาถึง 20 ปี ด้วยยังหาที่จะประ
ดิษฐานอันเหมาะสมมิได้ ต่อมาในปี พ.ศ. 2497 จึงทำการสร้างวิหารใหม่ ด้วย
ตั้งใจจะประดิษฐานพระพุทธรูปองค์นี้โดยเฉพาะ เพื่อจะได้ทำการประดิษฐาน
พระพุทธรูป ให้ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี (คือวิหารองค์ปัจจุบัน) แต่ใน
ขณะเคลื่อนย้ายพระพุทธรูป เนื่องจากพระพุทธรูปมีน้ำหนักมากสายเครื่องกว้าน
จึงขาดลง ทำให้พระพุทธรูปตกกระแทกพื้น ส่งผลให้ปูนที่หุ้มบริเวณพระอุระ
กระเทาะออก เผยให้เห็นเนื้อทองคำบริสุทธิ์ ท่านเจ้าอาวาสจึงให้ลอกปูนออกทั้ง
องค์ แล้วนำขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิหารนั้นมาจนถึงปัจจุบัน